105
ถังดักไขมันหรือบ่อดักไขมัน
คือ อุปกรณ์ที่ช่วยในการดักจับไขมันจากท่อน้ำทิ้งภายในบ้านทั้งหมด เพื่อแยกส่วนไขมันออกจากน้ำก่อนทำการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ แบบตั้งพื้น (บนดิน) และแบบฝังดิน โดยการเลือกใช้ถังดักไขมันนั้น ควรทำการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น แบบตั้งพื้น (บนดิน) เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด เช่น ห้องพัก คอนโด หรือทาวน์โฮม เนื่องจากสามารถติดตั้งได้ง่าย ใช้พื้นที่น้อย แบบฝังดิน เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีพื้นที่กว้างและเพียงพอในการฝังถังดักไขมันไว้ใต้ดินบริเวณนอกตัวบ้าน เช่น บ้านเดี่ยว 1 ชั้น หรือ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ข้อดีของถังดักไขมัน 1. ดักกรองเศษอาหาร ที่มาจากซิงค์ล้างจาน ทำให้ท่อไม่อุดตัน 2. ลดกลิ่น ที่เกิดจากการหมักหมมของเศษอาหารในท่อน้ำ 3. ปรับคุณภาพน้ำทิ้ง ทำให้น้ำทิ้งที่ปล่อยออกมามีคุณภาพดีขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4. ง่ายต่อการดูแลรักษา เพียงแค่นำขยะหรือเศษอาหารในตะแกรงออกไปทิ้ง
เจาะลึกระบบบำบัดน้ำเสีย สำคัญแค่ไหน ?
“น้ำ” ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืช แต่ปัจจุบัน ปริมาณน้ำเสียในแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียกลายเป็นระบบที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดมลภาวะทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วในการบำบัดน้ำเสีย จะมีขั้นตอนอย่างไร มีวิธีใดบ้าง และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมากน้อยแค่ไหน เรามีทุกเรื่องของวิธีการจัดการน้ำเสียมาบอกกัน
น้ำเสียคืออะไร มาจากที่ไหนบ้าง ?
น้ำเสีย หมายถึง น้ำที่มีสิ่งสกปรก สารเคมี หรือสิ่งปฏิกูลทุกชนิดปนเปื้อนอยู่ เช่น ยาฆ่าแมลง สารอินทรีย์ ไขมัน ผงซักฟอก ทำให้คุณสมบัติของน้ำถูกเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก โดยมีที่มาจาก 2 แหล่งใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่
1. น้ำเสียจากแหล่งชุมชน
น้ำเสียจากแหล่งนี้เกิดจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ จึงมักพบในเขตที่มีผู้อยู่อาศัยและอาคารบ้านเรือนตั้งอยู่จำนวนมาก
2. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
เป็นน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม มักมีสิ่งสกปรกจำพวกสารเคมีที่เป็นพิษ โลหะหนัก และสารอินทรีย์เข้มข้นชนิดต่าง ๆ เจือปนอยู่จำนวนมาก วิธีบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมจึงต้องมีความซับซ้อนกว่าน้ำเสียจากแหล่งชุมชน
ความหมายและความสำคัญของระบบบำบัดน้ำเสีย
ระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment) หมายถึง ระบบที่ช่วยกำจัดสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียจากทั้งชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม จนน้ำมีคุณภาพดีมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลเสียต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ ลดความเสี่ยงการเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค ป้องกันการเกิดมลพิษทางน้ำ และลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำเน่าด้วย
หลังจากบำบัดแล้ว น้ำเหล่านั้นก็จะถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงนำกลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ ซึ่งหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้ก็คือโรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมควบคุมมลพิษ ปัจจุบันมีทั้งหมด 202 แห่งทั่วประเทศไทย
วิธีบำบัดน้ำเสีย
วิธีการที่ใช้ในการบำบัดน้ำนั้น หลัก ๆ แล้ว สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน แต่จะเลือกใช้วิธีไหนนั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งลักษณะของน้ำเสีย ระดับการบำบัดที่ต้องการ งบประมาณ และสภาพแวดล้อม ซึ่งรายละเอียดของแต่ละวิธี มีดังนี้
- การบำบัดทางกายภาพ (Physical Treatment) เน้นการลดปริมาณของแข็งและสิ่งเจือปนในน้ำเป็นหลัก
- การบำบัดทางเคมี (Chemical Treatment) เป็นวิธีที่ใช้กระบวนการทางเคมีทำปฏิกิรยากับน้ำเสีย เพื่อปรับค่า pH กำจัดสารพิษ โลหะหนัก ไขมัน เชื้อโรค และแร่ธาตุอื่น ๆ
- การบำบัดทางชีวภาพ (Biological Treatment) หลักการคือการใช้สิ่งสกปรกในน้ำเป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ แล้วให้จุลินทรีย์ทำให้ค่าความสกปรกของน้ำลดลง
ข้อดีของการบำบัดน้ำเสีย
ปกป้องสิ่งแวดล้อม
น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจะมีคุณภาพเหมาะสม สามารถปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้ ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนสารเคมี สารอินทรีย์ และโลหะหนัก อีกทั้งยังไม่ทำลายระบบนิเวศหรือสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบ
ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
การบำบัดน้ำเสียช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมควบคุมมลพิษ ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปรับ สั่งหยุดกิจการ หรือดำเนินคดีทางกฎหมาย
ลดต้นทุนระยะยาว
น้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต ล้างพื้น หรือรดน้ำต้นไม้ภายในโรงงานได้ ช่วยลดค่าใช้น้ำประปา และลดความจำเป็นในการซื้อทรัพยากรเพิ่ม
ยืดอายุการใช้งานของระบบและเครื่องจักร
น้ำเสียที่มีสารกัดกร่อนหรืออนุภาคแขวนลอย หากไม่ผ่านการบำบัด อาจส่งผลให้ท่อส่งน้ำหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็ว การบำบัดน้ำเสียจึงช่วยป้องกันความเสียหายและยืดอายุของระบบภายในโรงงาน
ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
องค์กรที่มีการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้า นักลงทุน และผู้บริโภค
สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) ที่หลายองค์กรให้ความสำคัญในปัจจุบัน ช่วยให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน
นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)